Forber THAILAND

ageLOC” แบรน์ดเหนือระดับสำหรับคนพิเศษ…เช่นคุณ

THE SUCCESS FORMULA ของ นู สกิน สู่การเป็นผู้นำด้าน ANTI-AGING

นู สกิน กำเนิดขึ้นจากปรัชญาเริ่มแรกของผู้ก่อตั้งที่ต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่รวมไว้แต่สิ่งที่ดี
ปราศจากสิ่งที่เป็นโทษ (ALL OF THE GOOD, NONE OF THE BAD) พัฒนาต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความแตกต่างที่พิสูจน์ได้” และวันนี้ นู สกิน พร้อมด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่น
และครบทุกมิติเพื่อพัฒนาสู่ก้าวต่อไปของการเป็นผู้นำด้านการต่อต้านความเสื่อมชราตัวจริง

จุดกำเกิด

INNOVATIVE VISION
จากประกายความคิดเล็กๆ สู้วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

ถึงแม้ในยุคเริ่มต้นของ นู สกิน จะมาจากผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวที่ผลิตเพียง 10 แกลลอนโดยใช้ช้อนเล็กๆ
ตักแบ่งจำหน่ายให้ลูกค้านำมาซึ่งพลังแห่งการบอกต่อ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานที่ยิ่งใหญ่
สร้างการเติบโตสู่ 54 ประเทศทั่วโลก แน่นอนว่าหนึ่งในผู้นำที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์อันชาญฉลาดจะเป็นใครไม่ได้
นอกจาก คุณ เมลิซ่า ทันโทโกะ คีอาโน่ ที่พึ่งได้รับการแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
บริหารงานรวมทั้งหมด 11 ประเทศ ที่รวมตลาดใหญ่ติด 1 ใน 5 ของ นู สกิน อย่างญี่ปุ่น และเกาหลี
เรียกว่าเป็นภารกิจที่ท้าทายความสามารถครั้งสำคัญ

ผู้ก่อตั้ง นู สกิน เป็นผู้ที่มองการณไกลและมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมมาก เพราะถึงแม้บริษัทจะประสบความสำเร็จ
มาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่เคยหยุดพัฒนากลับต่อยอดความคิดเพื่อสร้างโอกาสให้กับคนทั่วโลก
ล่าสุด กับการลงทุนทุ่มงบเกือบ 4,000 ล้านบาทในการสร้างศูนย์นวัตกรรม NU SKIN INNOVATION CENTER
บนพื้นที่มาากว่า 3 แสนตารางเมตร ที่เมืองโพรโวมลรัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เป็นศูนย์รวมการวิจัย
ครบวงจรที่ทันสมัยของโลกโดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชราทั้งจาก OUTSIDE-IN และ INSIDE-OUT

พร้อมกับการครอบครองสถาบันไลฟ์เจนเทคโนโลยี (LifeGen TECHNOLOGIES) ที่เรียกได้ว่าเป็นคลังยีนมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งหมดนี้นำมาซึ่งการค้นพบเทคโนโลยีเอจล็อค ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ นู สกิน แต่เพียงผู้เดียว

Forber THAILAND, Nov 2015
Forber THAILAND, Nov 2015

ผลิตภัณฑ์

INNOVATVE PRODUCT
ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อการต่อต้านความเสื่อมชรา

จากความเชื่อมั่นในงานวิจัย และผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ นู สกิน ตัดสินใจเจาะตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ต้านชราในปี พ.ศ. 2552 ด้วยเล็งเห็นถึงโอกาสทางการตลาดที่ขยายตัวและจากเทรนด์โลกที่คาดการณ์ว่าในอีก 10-15 ปีข้างหน้า ประชากรผู้สูงวัยจะเพิ่มขึ้นตลาดชะลอวัยจะกลายเป็นเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้คนจะหันมาดูแลตัวเองและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น

นู สกิน บริษัทที่ไม่หยุดนิ่งในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรับมือและจัดการกับต้นตอความเสื่อมชราในทุกมิติมีศักยภาพเพียบพร้อมในทุกด้าน การันตีได้จากผลตอบรับเชิงบวกจากผู้ใช้ และยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน นู สกิน มียอดขายสูงกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 102,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ นู สกิน ประเทศไทยมียอดขายเกือบแตะ 3 พันล้านบาท และมีเครือข่ายสมาชิกมากกว่า 300,000 คน ทั่วประเทศ

ไขความลับทางวิทยาศาสตร์ “INNOVATION” ผู้นำด้านการต่อต้านความเสื่อมชรา

ด้วยวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นความเป็นไปได้และโอกาศของกระแสเทรนด์โลกในปัจจุบัน ทำให้ นู สกิน พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นไปที่การต่อต้านความเสื่อมชราโดยตรง จากการคาดการณ์ใน 15 ปีข้างหน้าคาดว่า จำนวนคนที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จะมีจำนวนสูงขึ้น

นู สกิน มองเห็นโอกาศการเป็นผู้นำด้านการต่อต้านความเสื่อมชรา จึงตัดสินใจเดินหน้าลงทุนมหาศาลเพื่อการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นู สกิน ลงทุนและต่อยอดจาก INNOVATION ที่นักวิทยาศาสตร์ นู สกิน ได้คิดค้น รวมถึงการเข้าถือครอง “LifeGen TECHNOLOGIES” สถาบันวิจัยพันธุกรรมมนุษย์ที่ศึกษาในเรื่องยีนมากกว่า 30 ปี และมีระบบคลังยีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเงินทุนกว่า 350 ล้านบาท รวมไปถึงการได้รับความร่วมมือเป็นพันธมิตรทาง INNOVATION จาก ดร.วิชาร์ด ไวน์ดรัช และดร. โทมัส พรอลล่า ซึ่งทั้ง 2 ท่านคือ นักพันธุวิศวกรรมมนุษย์ผู้ก่อตั้ง Life Gen TECHNOLOGIES อีกด้วยยิ่งไปกว่านั้น นู สกิน ยังทุ่มงบประมาณอีกเกือบ 4,000 ล้านบาท ในการสร้าง NU SKIN INNOVATION CENTER ที่ตั้งอยุ่ที่เมืองโพรโว มลรัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

Forber THAILAND, Nov 2015
Forber THAILAND, Nov 2015

เทคโนโลยี

ageLOC TECHNOLOGY

จากการศึกษาเรื่องยีนมากกว่า 30 ปี ทำให้ นู สกิน เข้าใจถึงกลไกของต้นกำเนิดความเสื่อมชรา เมื่อศึกษาจนเข้าใจ นู สกิน จึงให้ INNOVATION ในการไขความลับทางวิทยาศาสตร์นี้ นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มุ่งเน้นในการดูแลความอ่อนเยาว์ ทั้งจาก INSIDE-OUT และ OUTSIDE-IN

INNOVATIVE EQUIPMENT

“GENECHIP” คือ อุปกรณ์สำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ นู สกิน ใช้บันทึกข้อมูลและวิเคราะห์การทำงานของยีน โดยยีนกว่า 20,000 ชนิด จะถูกบันทึกไว้ และนักวิทยาศาสตร์สามารถอ่านแผงการแสดงออกของยีนที่เรียกกว่า “GENE HEAT MAP”

NU SKIN INNOVATION CENTER

  • ที่พร้อมกว่า … และล้ำหนักกว่า
    นักวิทยาศาสตร์ประจำกว่า 120 ท่าน
  • พื้นที่ส่วนวิจัยและพัฒนากว่า 300,000 ตารางเมตร
  • ห้องปฏิบัติการ 5 ห้องแล็ปพร้อม เครื่องมือเทคโนโลยีขั้นสูง
  • รองรับการปฏิบัติการทางแล็ปมากกว่า 70,000 ครั้ง ต่อ ปี
  • นำทีมโดย ดร. โจเซฟ แซง, หัวหน้า นักวิทยาศาสตร์ประจำ นู สกิน
    และเจ้าของหนังสือ “THE AGING MYTH” ที่โด่งดังขึ้นแท่น
    “NEWYORK TIMES BEST SELLER”

ระบบคอมพิวเตอร์

NU SKIN DATA CENTER ANTI-AGING SOLUTIONS

CommScope บริษัทผู้ออกแบบศูนย์ข้อมูลชั่นนำของโลก (ในชื่อแบร์ด SYSTIMAX) เผย Success Story ศูนย์วิจัยของ Nu Skin Enterprises บริษัทการต่อต้านริ้ว รอยชั้นนำของโลก รายงานการขยายสำนักงานใหญ่ สร้าง Next-Gen Datacenter for the next generation of youthful anti-aging solutions รองรับธุรกิจ Anti- aging ระดับโลก
Next-gen data center for the next generation of youthful anti-aging solutions
ดูข้อมูลเพิ่มเติม: //goo.gl/9d3vM0

NU SKIN DATA CENTER ANTI-AGING SOLUTIONS

นู สกิน บริษัทนวัตกรรมต่อต้านความเสื่อมชราชั้นนำของโลก มีศูนย์การจัดเก็บฐานข้อมูลของผู้แทนจำหน่าย 53 ประเทศทั่วโลก ด้วยระบบ SAP จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกแบบไร้พรมแดน ตรงเวลาที่สุด ไม่มีข้อผิดพลาดของข้อมูล และลงทุนกว่า 358 ล้านบาท กับเทคโนโลยีระบบสตอเรจจัดเก็บข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูงสุดอย่าง EMC’s Symmetrix storage platform (EMC® VNX™)
บริหารจัดการระบบด้วยซอต์แวร์ TimeFinder storage replication และ ControlCenter storage resource-management

NU SKIN DATA CENTER ANTI-AGING SOLUTIONS
NU SKIN DATA CENTER ANTI-AGING SOLUTIONS

ที่มา: นิตยาสาร Forber THAILAND ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2558

Leave a Reply