5 เครื่องมือวิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ Pharmanex

ชั่งใจสักนิด ก่อนคิดกินอาหารเสริม “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของคุณจะมีประสิทธิภาพ จนกว่าจะผ่านการทดสอบ”
Nu Skin และ Pharmanex มีนักวิทยาศาสตร์ทำงานประจำ 75 คน และ 20 คนเป็นจบปริญญาเอก (ดร.)
เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ

Pharmanex บริษัทที่กำกับดูแลสูตรส่วนผสมทั้งหมดในผลิตภัณฑ์เอง ซึ่งบริษัทที่จะทำเช่นนี้ได้
ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกปัจจัย ทั้งการวิจัยในห้องปฏิบัติการและร่วมวิจัยกับพันธมิตร
การดำเนินการทดสอบผลิตภัณฑ์โดยใช้มาตรฐาน 6s แทน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในวงการการผลิตยา
และ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคมาตรฐาน GMP นั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ผลวิจัยทางคลีนิค (Clinical Study) เพราะการทำผลวิจัยทางคลีนิคนั้น เป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่ใช้เงินทุนมหาศาล
และไม่มีกฎหมายข้อใด ที่บังคับให้บริษัทที่ผลิต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องทำผลการวิจัยทางคลีนิค
(Clinical Study) โดยผลวิจัยทางคลีนิคนั้น ส่วนใหญ่จะถูกบังคับให้ใช้กับบริษัทยา

สำหรับมาตรฐาน 6S ที่บริษัท Pharmanex ใช้นั้นจะใช้ผลวิจัยทางคลีนิค (Clinical Study) ขั้นสูงกว่าผลวิจัยทางคลีนิค (Clinical Study) โดยใช้ในลักษณะ Double Blind Study ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลการทดสอบที่แน่นอน
และถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

มาตรฐาน 6S มีอะไรบ้าง?

  1. การคัดเลือก (Selection)
    พืชสมุนไพรที่ฟาร์มาเน็กซ์เลือกใช้ จะต้องผ่านการตรวจสอบในด้านเป็นของแท้นำไปใช้ประโยชน์ได้
    และ มีความปลอดภัยในการใช้
  2. การหาแหล่งวัตถุดิบ (Sourcing)
    นักวิทยาศาสตร์ของฟาร์มาเน็กซ์ จะต้องตรวจสอบหาแหล่งของพืช รวมถึงพิจารณาคุณภาพของวัตถุดิบ
    แล้วทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งจะทดสอบพืชดังกล่าว ณ สถานที่ที่ได้คัดเลือกไว้
  3. การวิเคราะห์ทางโครงสร้างสารประกอบ (Structure)
    ฟาร์มาเน็กซ์ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัย และ สถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียง ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และ จีน ทำการวิเคราะห์หาโครงสร้าง ของสารประกอบธรรมชาติที่มีอยู่ในพืชที่คัดเลือกไว้ และ วิเคราะห์หาโครงสร้างของสารประกอบหลักที่ออกฤทธิ์ของพืชอย่างละเอียดถี่ถ้วน
  4. การเข้มงวดด้านมาตรฐานของการผลิต (Standardization)
    ฟาร์มาเน็กซ์คิดค้นขบวนการในการทำให้สารสำคัญเกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้การควบคุมคุณภาพมาตรฐานอย่างเข้มงวด และพัฒนาขบวนการที่ช่วยเพิ่มความถูกต้องและ สามารถรับรองได้ว่าแต่ละผลิตภัณฑ์
    ของฟาร์มาเน็กซ์ นั้นมีประสิทธิภาพจริง
  5. ความปลอดภัยในการบริโภค (Safety)
    ฟาร์มาเน็กซ์ เป็นผู้นำในด้านการกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวด เพื่อรับรองถึงความปลอดภัย
    ของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นโดยมีการตรวจสอบหาเชื้อ (Microbial Test) สารเคมี (Chemical)
    สารพิษ (Toxin) และ โลหะหนัก ที่มีอยู่ในแต่ละผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ และ
    ความปลอดภัยสูงสุดจากผลิตภัณฑ์ของฟาร์มาเน็กซ์
  6. มีหลักฐานและผลการศึกษาทางคลีนิคสนับสนุน (Substantiation)
    ฟาร์มาเน็กซ์พัฒนาทุกผลิตภัณฑ์ บนพื้นฐานของข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และ
    การศึกษาทางคลินิก รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอย่างจริงจัง
    ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเหล่านี้ได้รับการยอมรับ และ ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำต่างๆ เสมอ

รูปภาพ: ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์ (Pharmanex) มี 2 แห่ง
ที่ Provo, Utah และ Fengxian, China

Pharmanex Labs
Pharmanex Labs
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์ (Pharmanex) มี 2 แห่ง ที่ Provo, Utah และ Fengxian, China
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์ (Pharmanex) มี 2 แห่ง ที่ Provo, Utah และ Fengxian, China
Nu Skin Scientific Advisory Board
Nu Skin Scientific Advisory Board
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์

มีนักวิทยาศาสตร์ทำงานประจำมากว่า 75 คน และ 20 ท่าน เป็นระดับปริญญาเอก (ดร.) และสถาบันวิจัยพันธมิตร
รายละเอียดเครื่องมือวิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ผลิตภัณฑ์ฟาร์มาเน็กซ์ ซึ่งทำให้ฟาร์มาเน็กซ์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก

  1. Ultra Performance Liquid Chromatography (UPLC)
    เครื่องมือในการแยกส่วนประกอบทดสอบความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละชุดไม่มีสารปนเปื้อน
  2. Coupled Plasma/Mass Spectrometry (ICP/MS)
    เทคโนโลยีวิเคราะห์ธาตุและโลหะ เป็นเครื่องวิเคราะห์ปริมาณธาตุและโลหะที่สามารถวิเคราะห์หลายธาตุ
    ได้ในเวลาเดียวกัน อาศัยหลักการเผาตัวอย่างที่ฉีดเป็นละอองฝอยในเปลวอาร์กอนพลาสมาเพื่อให้แตก
    ตัวเป็นไอออนที่มีประจุ +1 ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้ทำให้ข้อมูลฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ฟาร์มเน็กซ์ถูกต้อง
    และตรวจสอบได้
  3. Ultra High Performance Chromatography/Mass Spectrometry (LC/MS)
    เครื่องมือวิเคราะห์แยกชนิดและหาปริมาณสารในสภาวะแก๊ส แบบวิเคราะห์มวลสาร
    เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดสำหรับการประเมินผลของสารเคมีทำให้ฟาร์มเน็กซ์สามารถกำหนดโครงสร้างโมเลกุลที่แน่นอนของสารอินทรีย์ สำหรับกลุ่มตัวอย่างได้ กระบวนการนี้จะช่วยให้สร้างเอกลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์เป็นธรรมชาติ
  4. Fourier Transform Infrared Spectroscopy (FTIR)
    เทคโนโลยีการทดสอบเพื่อความถูกต้องและความบริสุทธิ์ของสมุนไพรผ่านลำแสงอินฟราเรด
    เพื่อการรับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลสมุนไพรFT-IR spectrometer เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ โครงสร้างของสาร โดยการวัดการดูดกลืนรังสีที่อยู่ในช่วงอินฟราเรดที่อยู่ในช่วงเลขคลื่น (Wave number) ประมาณ 12800 – 10 cm-1 ซึ่งสามารถวิเคราะห์ตัวอย่างได้ทั้ง ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ รังสีอินฟราเรด (Infrared radiation) เป็นรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่ให้ความร้อนที่สัมผัสได้ รังสีอินฟราเรดอยู่ระหว่างช่วง Visible radiation กับ Microwave radiation โดยช่วงของรังสีอินฟราเรดแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่

    Near Infrared (12800-4000 cm-1)
    Middle Infrared (4000-200 cm-1)
    Far Infrared (200-10 cm-1)

    ช่วงของรังสีอินฟราเรดที่ใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ทางเคมีได้แก่ช่วง Middle IR เนื่องจากรังสีอินฟราเรดมีพลังงานค่อนข้างต่ำเมื่อโมเลกุลของสารดูดกลืนรังสีอินฟราเรดเข้าไปจะทำให้พันธะในโมเลกุลเกิดการสั่นและการหมุน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของโมเลกุลการที่โมเลกุลจะดูดกลืนรังสีอินฟราเรดได้นั้นความถี่ของรังสีอินฟราเรดต้องเท่ากับความถี่การสั่นของโมเลกุลของสารนั้นๆ

    ซึ่งสารอินทรีย์แต่ละชนิดจะมีค่าความถี่ของการสั่นที่จำเพาะและแตกต่างกันไปทำให้สามารถนำเทคนิคนี้มาใช้ในการวิเคราะห์โครงสร้างและชนิดของสารอินทรีย์ได้ การแสดงผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคนี้แสดงเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง Wave number กับ Transmittance ซึ่งเรียกว่า Infrared spectrum

  5. Gas Chromatography/Mass Spectrometry (GC/MS)
    นี้คือวิธีการที่ทันสมัยที่สุดในการแยกองค์ประกอบของสารผสม โดยอาศัยความแตกต่างของอัตราการเคลื่อนที่ของแต่ละองค์ประกอบของสารผสมบนเฟสคงที่ (Stationary phase) ภายใต้การพาของเฟสเคลื่อนที่ (Mobile phase) เช่น ตรวจสารยาฆ่าแมลง และสารอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์การวิเคราะห์นี้ช่วยให้ฟาร์มาเน็กซ์สามารถระบุวัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ฟาร์มาเน็กซ์ได้เครื่องแก๊สโครมาโทรกราฟี-แมสสเปคสเปคโทรมิเตอร์ ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการวิเคราะห์หาสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณที่ต้องการความแม่นยำสูง สามารถเปรียบเทียบผลวิเคราะห์กับฐานข้อมูล (Library) เพื่อความถูกต้องได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นข้อดีของเทคนิคของเครื่องมือทั้ง 2 ประเภท คือ เครื่องแก๊สโครมาโทรกราฟี (Gas Chromatograph) และเครื่องแมสสเปคสเปคโทรมิเตอร์ (Mass Spectrometer)
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์
Pharmanex Lab มี 2 แห่ง ที่ Provo, Utah และ Fengxian, China
Pharmanex Lab มี 2 แห่ง ที่ Provo, Utah และ Fengxian, China
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์ (Pharmanex) มี 2 แห่ง ที่ Provo, Utah และ Fengxian, China
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์ (Pharmanex) มี 2 แห่ง ที่ Provo, Utah และ Fengxian, China

Leave comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *.